YouthCare:เป็นคนที่พอนึกถึงความตายแล้วรู้สึกกลัว พอจะมีวิธีอย่างไรบ้างที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่กลัว?

YouthCare:เป็นคนที่พอนึกถึงความตายแล้วรู้สึกกลัว พอจะมีวิธีอย่างไรบ้างที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่กลัว?

ผมเป็นคนที่พอนึกถึงความตายแล้วรู้สึกกลัว พอจะมีวิธีอย่างไรบ้างที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่กลัว?

คำตอบ
บิสมิลลาฮฺ.. อัลฮัมดุลิลลาฮฺ..

นี่เป็นคำถามที่จะเปิดประตูไปสู่ความเข้าใจต่อเรื่องยิ่งใหญ่มากในคำสอนของอิสลาม นั่นคือเรื่องชีวิตหลังความตาย จึงต้องขออนุญาตตอบยาวหน่อยนะครับ

ประเด็นที่หนึ่ง – ถ้าความรู้สึกกลัวที่ว่าคือกลัวความสับสนมึนงงก่อนตาย กลัวการจบชีวิตอย่างน่าอัปยศขณะที่กำลังทำบาป กลัวจะตายในสภาพปฏิเสธศรัทธา กลัวจะเสียชีวิตก่อนที่จะได้กลับเนื้อกลับตัวสู่อัลลอฮฺอย่างแท้จริง กลัวการถูกสอบสวนและการทรมานในหลุมศพ เช่นนี้ถือเป็นการกลัวที่ดียิ่ง เป็นสัญญาณของการมีอีมานที่แท้จริง และเป็นส่วนหนึ่งของการศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮฺ

อัลลอฮฺได้ตรัสถึงลักษณะของผู้ศรัทธาที่จะได้เข้าสวรรค์ว่า

﴿ وَٱلَّذِينَ يُصَدِّقُونَ بِيَوْمِ ٱلدِّينِ * وَٱلَّذِينَ هُم مِّنْ عَذَابِ رَبِّهِم مُّشْفِقُونَ * إِنَّ عَذَابَ رَبِّهِمْ غَيْرُ مَأْمُونٍ ﴾

“และบรรดาผู้ที่เชื่อมั่นต่อวันแห่งการตอบแทน (วันกิยามะฮฺ) และบรรดาผู้ที่หวาดหวั่นต่อการลงโทษแห่งพระเจ้าของพวกเขา แท้จริงการลโทษแห่งพระเจ้าของพวกเขานั้นไม่เป็นที่ปลอดภัย” [อัลมะอาริญจ์ 70: 26-28]

ท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ นั้นเมื่อท่านยืนอยู่หน้าหลุมศพท่านจะร้องให้อย่างมากมายจนเคราเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ฮานิอ์ซึ่งเป็นคนรับใช้ของท่านจึงถามว่า “บางครั้งท่านกล่าวถึงสวรรค์และนรกแต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ แล้วทำไมคราวนี้ท่านถึงได้ร้องไห้ขนาดนี้?” ท่านจึงตอบว่า

إن النبي صلى الله عليه وسلم قال: إن القبر أول منزل من منازل الآخرة، فإن نجا منه فما بعده أيسر منه، وإن لم ينج منه فما بعده أشد منه، قال: وقال رسول الله صىلى الله عليه وسلم: ما رأيت منظرًا قط إلا القبر أفظع منه.

แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงกุบูรนั้นเป็นสถานีแรกของโลกอาคิเราะฮฺ หากเขารอดพ้นจาก (การทรมานของ) มันไปได้ สิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นจะง่ายดายยิ่งกว่า แต่หากเขาไม่สามารถรอดพันจาก (การทรมานของ) มันไปได้ สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นจะสาหัสยิ่งกว่า” และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ยังกล่าวอีกว่า “ฉันไม่เคยเห็นภาพใด ๆ (ที่น่ากลัว) นอกจากภาพการลงโทษในกุบูรนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า” [รายงานโดยอัตติรมิซีย์ (2308), อิบนุมาญะฮฺ (3461), และหากิม (4/366); อิบนุหะญัรกล่าวว่าเป็นหะดีษหะสันในหนังสืออัลฟุตูหาต อัรร็อบบานียะฮฺ (4/192); อ้างอิงจากเว็บไซต์: www.dorar.net]

ดังนั้น จงขอบคุณและกตัญญูต่ออัลลอฮฺที่ทรงประทานความกลัวนี้ลงในหัวใจขอเรา ขอให้รักษาความกลัวเช่นนี้ต่อไปและใช้มันเป็นแรงผลักดันให้เราทำสิ่งที่อัลลอฮฺสั่งใช้ ออกห่างจากสิ่งที่พระองค์สั่งห้าม เพราะนี่คือความกลัวที่อัลลอฮฺทรงพอพระทัย

ประเด็นที่สอง – หากความกลัวที่ว่านี้คือกลัวความตาย ไม่อยากตาย ให้แก้ไขด้วย “การยอมรับความจริง” ว่าเราทุกคนล้วนต้องตาย เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การกังวลต่อความตายจึงไม่มีประโยชน์เพราะต่อให้กังวลไปก็ไม่ได้ทำให้เราเป็นอมตะขึ้นมาได้ และควรมุ่งสมาธิไปที่ “การเตรียมความพร้อม” สำหรับชีวิตหลังความตายอันเป็นชีวิตที่แท้จริง ด้วยการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เป็นชีวิตที่ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ เชื่อฟังอัลลอฮฺและเชื่อฟังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

การศีกษาทำความเข้าใจอายะฮฺต่อไปนี้แล้วนำมาทบทวนเพื่อเตือนสติตัวเองอยู่เสมอจะช่วยเยียวยาความรู้สึกไม่อยากพบกับความตาย และช่วยให้เราหันเป้าไปที่การทำอะมัลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่เราทั้งหมดจะถูกเรียกกลับไปหาอัลลอฮฺ

﴿ أَيْنَمَا تَكُونُوا۟ يُدْرِككُّمُ ٱلْمَوْتُ وَلَوْ كُنتُمْ فِى بُرُوجٍ مُّشَيَّدَةٍ ۗ﴾

“ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเจ้าปรากฏอยู่ ความตายก็ย่อมมาถึงพวกเจ้า และแม้ว่าพวกเจ้าจะอยู่ในป้อมปราการอันสูงตระหง่านก็ตาม” [อันนิสาอ์ 4: 78]

﴿ قُلْ إِنَّ ٱلْمَوْتَ ٱلَّذِى تَفِرُّونَ مِنْهُ فَإِنَّهُۥ مُلَـٰقِيكُمْ ۖ ثُمَّ تُرَدُّونَ إِلَىٰ عَـٰلِمِ ٱلْغَيْبِ وَٱلشَّهَـٰدَةِ فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمْ تَعْمَلُونَ ﴾

“จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด แท้จริงความตายที่พวกท่านกำลังหนีจากมันไปนั้น มันจะมาพบกับพวกท่าน แล้วพวกท่านจะถูกนำกลับไปยังพระผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผย แล้วพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกท่านตามที่พวกท่านได้ประกอบกรรมไว้” [อัลญุมุอะฮฺ 62: 8]

﴿ وَمَا جَعَلْنَا لِبَشَرٍ مِّن قَبْلِكَ ٱلْخُلْدَ ۖ أَفَإِي۟ن مِّتَّ فَهُمُ ٱلْخَـٰلِدُونَ * كُلُّ نَفْسٍ ذَآئِقَةُ ٱلْمَوْتِ ۗ وَنَبْلُوكُم بِٱلشَّرِّ وَٱلْخَيْرِ فِتْنَةً ۖ وَإِلَيْنَا تُرْجَعُونَ ﴾

“และเรามิได้ทำให้บุคคลใดก่อนหน้าเจ้าอยู่ยั่งยืนนาน หากเจ้าตายไป พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ยงคงต่อไปกระนั้นหรือ ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตาย และเราจะทดสอบพวกเจ้าด้วยความชั่วและความดี และพวกเจ้าจะต้องกลับไปหาเราอย่างแน่นอน” [อัลอันบิยาอ์ 21: 34-35]

﴿ كُلُّ نَفْسٍ ذَآئِقَةُ ٱلْمَوْتِ ۗ وَإِنَّمَا تُوَفَّوْنَ أُجُورَكُمْ يَوْمَ ٱلْقِيَـٰمَةِ ۖ فَمَن زُحْزِحَ عَنِ ٱلنَّارِ وَأُدْخِلَ ٱلْجَنَّةَ فَقَدْ فَازَ ۗ وَمَا ٱلْحَيَوٰةُ ٱلدُّنْيَآ إِلَّا مَتَـٰعُ ٱلْغُرُورِ ﴾

“แต่ละชีวิตนั้นจะได้ลิ้มรสแห่งความตาย และแท้จริงที่พวกเจ้าจะได้รับรางวัลของพวกเจ้าโดยครบถ้วนนั้น คือวันปรโลก แล้วผู้ใดที่ถูกให้ห่างไกลจากไฟนรก และถูกให้เข้าสวรรค์แล้วไซร้ แน่นอน เขาก็ชนะแล้ว และชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้นั้นมิใช่อะไรอื่นนอกจากสิ่งอำนวยประโยชน์แห่งการหลอกลวงเท่านั้น” [อาลิ อิมรอน 3: 185]

﴿ فَمَن كَانَ يَرْجُوا۟ لِقَآءَ رَبِّهِۦ فَلْيَعْمَلْ عَمَلًا صَـٰلِحًا وَلَا يُشْرِكْ بِعِبَادَةِ رَبِّهِۦٓ أَحَدًۢا ﴾

“ดังนั้นผู้ใดหวังที่จะพบพระผู้เป็นเจ้าของเขา ก็ให้เขาประกอบการงานที่ดี และอย่างตั้งผู้ใดเป็นภาคีในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาเลย” [อัลกะฮฺฟิ 18: 110]

วัลลอฮุอะอฺลัม

ผู้ตอบ:: อาคิรัฐ มายูโซะ (รองประธานกลุ่มฟิตยะตุลฮักคนปัจจุบัน)