Youth Care:ขอบเขตการเป็นเพื่อนระหว่างมุสลีมีนเเละมุสลีมะฮฺ

Youth Care:ขอบเขตการเป็นเพื่อนระหว่างมุสลีมีนเเละมุสลีมะฮฺ

คำถาม : ผมมีเพื่อนมุสลิมะฮ เราสามารถถามสารทุกข์สุกดิบ หรือให้คำแนะนำเขาได้หรือไม่?

คำตอบ : อันดับแรก ต้องดูก่อนว่าความตั้งใจในการถามนั้นเป็นไปเพื่อสิ่งใดหรือปล่าว
เพราะในบางสถาการณ์ที่จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างทั้งฝั่งมุสลีมีนและมุสลีมะห์
การพยายามทำความเข้าใจผู้ที่ร่วมงานด้วยกันเพื่อให้การทำงานเกิดประโยชน์มากที่สุดก็ควรต้องถาม
แต่ก็มีข้อแม้อย่างเคร่งครัดอยู่นะครับ ตรงที่ว่า การถามสิ่งเหล่านี้จะไปเกินเลยจนทำให้เกิดความรู้สึกอื่นๆตามมาต่อกัน
ในที่นี้อาจจะหมายถึงการชอบพอต่อกัน หรือ ความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน ที่นอกเหนือจากอามานะห์การทำงานที่ได้รับมอบหมายแล้ว

อันดับที่สอง หากเราเจตนาถามเพื่อความสนิทชิดเชื้อต่อมุสลีมะห์ ในการเข้าถึงมากขึ้น เหล่านี้ก็ควรยับยั้งไว้
โดยปกติแล้วทั้งเพศชายและเพศหญิงต่างก็ดึงดูดกันเป็นเรื่องธรรมชาติกันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกเท่าไหร่นักหรอก
ที่มุสลีมีนจะพยายามเข้าหามุสลีมะฮ ในทุกๆทางที่เขาเองสามารถทำได้ หนึ่งในนั้นก็คือ “การถามสารทุกข์สุกดิบ” นี้แหละ
สิ่งที่ควรคำนึงมากที่สุดเลยก็คือผลสุดท้ายของเจตนาเหล่านี้มันจะไปในทิศทางไหน ซึ่งก็ไม่ไปไหนหรอกเว้นแต่ ก่อนให้เกิด ฟิตนะห์
ทั้งคู่เองเสียมากกว่า พึงควรระวังทางมุสลีมีนและมุสลีมะฮ

อันดับที่สาม คำแนะนำสำหรับมุสลีมะฮที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเพศทั้งสอง
ต่างก็ดึงดูดกันอยู่แล้ว ดังนั้นควรให้ฝ่ายใดฝ่ายนึงเป็นฝ่ายที่ยับยั้งต้นเหตุการเกิดฟิตนะห์เหล่านี้
ซึ่งหากมุสลีมีนเป็นฝ่ายเริ่มต้นโดยใช้ข้ออ้าง “การถามสารทุกข์สุกดิบ” ฝ่ายมุสลีมะฮเองควรยับยั้งสิ่งเหล่านี้
ด้วยการเลี่ยงคำตอบที่จะนำไปสู่บทสนทนาที่เกินเลยไปได้ ควรพิจารณาถึงเจตนาของตนเองในการตอบด้วย
เพราะการพูดคุยที่มากเกินไปทั้งมุสลีมีนและมุสลีมะฮ ก็คงไม่ต่างเท่าไหร่กับกองไฟที่คอยเติมเชื้อไฟอยู่

อันดับที่สี่ หากเรามั่นใจในเจตนาของเราแล้ว ว่าสิ่งที่จะถามหรือให้คำแนะนำเขา ทำให้เกิดประโยชน์
ในอมานะห์ที่ได้รับไว้นั้น ก็ขอให้ดุอาเถิด ดุอาให้หัวใจมั่นคงในการทำงานตรงนั้น แล้วท่านก็ปฏิบัติมันด้วยความระมัดระวังด้วย

ตอบโดย : นายนิอามีน นิอามัน อดีตอามีรชมรมมุสลิม มอ. หาดใหญ่