อุมมะฮฺวาฮิดะฮฺ : ของเชคอุษัยมีน ดร.อิสมาอีลลุตฟี และเชคริฎอ

อุมมะฮฺวาฮิดะฮฺ : ของเชคอุษัยมีน ดร.อิสมาอีลลุตฟี และเชคริฎอ

“อุมมะฮฺวาฮิดะฮฺ – ประชาชาติเดียวกัน” เป็นหลักการที่มีอยู่ในอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ ถูกพูดถึงบ่อยในช่วงหลังมานี้โดยผู้รู้คนสำคัญ 2 ท่านในบ้านเราคือ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปากียา และ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี เพราะเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่มุสลิมจะต้องละวางความขัดแย้งและความแตกแยกที่เกิดขึ้นในสังคมมุสลิมไทยและประชาชาติอิสลามทั้งหมด แล้วหันหน้ามาพูดคุย ร่วมมือ และสร้างความสามัคคี เป็นปึกแผ่นเดียวกันในหมู่พี่น้องมุสลิม

ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปากียา ได้เขียนทั้งบทความและหนังสือเกี่ยวกับอุมมะฮฺวาฮิดะฮฺโดยเฉพาะ และขึ้นพูดในหลากหลายเวที เช่นครั้งหนึ่งท่านได้พูดไว้ว่า

“…การดะอฺวะฮฺของเรานั้น อย่าใช้ระบบโจมตี แต่เราต้องคิดหาวิธีการอย่างไรให้คนมาเข้าใจสุนนะฮฺอย่างแท้จริง ระบบการโจมตีระหว่างกันนั้นใช้ไม่ได้ ขนาดกับฟิรเอานฺเองอัลลอฮยังสั่งให้นบีมูซาใช้คำพูดที่นิ่มนวล แล้วนับประสาอะไรกับพี่น้องมุสลิมกันเอง เรานำเสนอ เรียกร้อง เชิญชวน เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่าไปยึดติดกับกลุ่ม กลุ่มอิควาน, กลุ่มสะละฟีย์, กลุ่มมูดอ (คณะใหม่), ตูวอ (คณะเก่า) และกลุ่มอื่นๆ เพราะมันนำฟิตนะฮฺมาสู่สังคมเรา แต่ให้เรายึดอิสลาม เพราะเราคือมุสลิม”

เช่นเดียวกับเชคริฎอ อะหมัด สมะดี ท่านพูดเรื่องนี้ตั้งแต่ 10 กว่าปีที่ผ่านมาแล้ว และเรียกร้องเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น โดยดำริให้มีการนำเสนอเรื่องนี้ทั้งในรายการต่างๆของไวท์แชนแนล และจัดงาน “อุมมะตุลวาฮิดะฮฺ” เมื่อปี พ.ศ.2556 ที่ผ่านมา และยังคงพูดอยู่เสมอๆ ท่านได้กล่าวไว้ช่วงหนึ่งในงานอุมมะตุลวาฮิดะฮฺว่า

“…ทุกกลุ่มในสังคม ไม่ว่าจะเป็นอิควาน, ดะอฺวะฮฺตับลีฆ, สะละฟีย์, อะชาอิเราะฮฺ หรือมุสลิมกลุ่มไหนก็ตาม คืออุมมะฮฺวาฮิดะฮฺ (ประชาชาติหนึ่งเดียว) ที่จะต้องหันหน้ามาคุยกัน หาจุดรวม สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นให้ได้ ในเรื่องที่สามารถสามัคคีกันได้ ซึ่งมีเยอะมาก…”

หรือล่าสุดในรายการเส้นทางที่เที่ยงตรง วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ท่านพูดไว้ช่วงหนึ่งว่า

“…พระองค์ (อัลลอฮ) ทรงให้ฉายาแก่พวกเจ้าว่ามุสลิมีน เป็นฉายาที่ให้แก่ทุกคนที่ยอมจำนนต่ออัลลอฮ ไม่ใช่อิควานียีน, สะละฟียีน, เคาะละฟียีน, อัชอะรียีน, มรดกกียีน, ฟาตีฮียีน, ไวท์ทียีน ไม่มี มีแต่มุสลิมีน และต้องเลื่อมใสภูมิใจกับฉายานี้ด้วย โดยไม่มีการแบ่งแยก (บางคนสอนว่า) “ต้องแบ่งแยก เราจะได้รื้ออากีดะฮฺ” ไม่จำเป็นครับ อัลลอฮแบ่งแยกแล้ว มุสลิมคือผู้ที่ยอมจำนนต่ออัลลอฮ ไม่ว่ามุสลิมคนนี้จะเป็นอะไรหรือจะเลอะเทอะแค่ไหนก็ตาม หากเขายังเป็นมุสลิมเขาก็ยังเป็นมุสลิม อัลลอฮแบ่งแยกไว้แล้ว ข้างในของอุมมะฮฺไม่ต้องแบ่งแยกอย่างอื่นอีก ไม่ต้องแบ่งว่าคนนี้คือมุสลิมสะละฟีย์ แล้วสะละฟีย์สายไหนละ? สะละฟีย์มัดคอลีย์, สะละฟีย์ญามีย์, สะละฟีย์อียิปต์, สะละฟีย์ซาอุ ส่วนคนนี้เป็นอิควาน อิควานแบบไหน? อิควานแบบมาเลย์, อิควานแบบซาอุ, อิควานแบบมลายู, อิควานแบบอาหรับ, อิควานแท้, อิควานไม่แท้, อิควานบัยอะฮฺ, อิควานไม่บัยอะฮฺ ชื่อมุสลิมเพียงพอแล้ว…”

บางคนบางกลุ่มก็ออกมาประณามทั้ง 2 ท่านต่างๆนานา กล่าวหาว่า เป็นอิควานบ้าง หาว่าต้องการมวลชนบ้าง บางคนก็เลยเถิดถึงขั้นใส่ร้ายว่าบิดเบือนศาสนา บิดเบือนหะดีษ 73 จำพวก ก็น่าแปลกใจอยู่ว่าคนกลุ่มนี้อ้างตนว่าเดินตามสะลัฟ ยึดอุละมาอ์สะละฟีย์ เอาเชคอุษัยมีน แต่ไม่เคยศึกษาคำสอนคำอธิบายของเชคอุษัยมีนในเรื่องนี้เลยหรืออย่างไร?

เชคมุฮัมหมัด บินศอลิหฺ อัลอุษัยมีน เราะหิมะฮุลลอฮ ได้พูดไว้ช่วงหนึ่งใน ลิกออ์ อัลบาบ อัลมัฟตูหฺ เทปม้วนที่ 87 หน้า B ว่า

“เรารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่มีบางคนฉวยโอกาสทำให้เยาวชนแตกแยก โดยกล่าวว่า ระวังกลุ่มนั้นให้ดี ระวังคนนี้ให้ดี ระวัง ระวัง! สุบหานัลลอฮฺ…ท่านอยากให้ประชาชาติอิสลามแตกแยกกันอย่างนั้นหรือ? ฉันขอเตือนให้ระวังจากพวกนี้ที่กล่าวหาระหว่างกันว่าหลงผิด ฉันเห็นว่าจำเป็นที่เราจะต้องเป็นอุมมะฮฺวาหิดะฮฺ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน และหัวใจเราจะไม่บาดหมางกันถึงแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน”

และช่วงหนึ่งของการสอนอธิบาย อัลอัรบะอีน อันนะวะวียะฮฺ ท่านกล่าวไว้ว่า

“เมื่อกลุ่มต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นอย่าไปยึดติดกับกลุ่มต่างๆ ในอดีตก็เคยเกิดกลุ่มต่างๆ เช่นเคาะวาริจ มุอฺตะซีละฮฺ ญะฮฺมียะฮฺ รอฟีเฎาะฮฺ ต่อมาช่วงหลังนี้ก็เกิดกลุ่มอิควาน กลุ่มสะละฟีย์ กลุ่มตับลีฆ และกลุ่มอื่นๆ กลุ่มต่างๆเหล่านี้ต้องเอาชิดซ้ายให้หมด และนำสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มาวางไว้ด้านหน้า ดั่งที่ท่านนบีได้กล่าวไว้ว่า “พวกท่านจงปฏิบัติตามแนวทางของฉัน และแนวทางของบรรดาเคาะลีฟะฮฺ ผู้ทรงธรรม” และไม่สงสัยเลยว่า มุสลิมทุกคนจำเป็น (วายิบ) ต้องยึดแนวทางของชาวสะลัฟ ไม่ใช่ยึดติดกับกลุ่มเฉพาะที่เรียกว่าสะละฟียีน จำเป็นที่จะเป็นอุมมะฮฺอิสลามียะฮฺที่ยึดแนวทางของอัสสะละฟุศศอลิหฺ ไม่ใช่ยึดติดกลุ่มที่เรียกว่าสะละฟีย์ คือมีแนวทางสะลัฟ และมีกลุ่มที่เรียกว่าสะละฟีย์ ที่จำเป็นคือทำตามแนวทางสะลัฟ” 

ในหนังสือ ชัรหฺ หิลยะฮฺ ฏอลิบุลอิลมฺ 1/329 ท่านก็ได้พูดเรื่องนี้เช่นกัน ท่านกล่าวว่า

“และมุสลิมทั้งหมดคือญะมาอะฮฺ และพระหัตถ์ (ความช่วยเหลือ) ของอัลลอฮอยู่กับการเป็นญะมาอะฮฺ ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกในอิสลาม จำเป็นที่เราจะต้องเป็นอุมมะฮฺวาฮิดะฮฺ แม้ว่าพวกเราจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน ส่วนการแบ่งเป็นกลุ่มเป็นพวก (หิซบฺ) ว่าคนนี้เป็นอิควานจากกลุ่มอิควานุลมุสลิมีน, คนนี้เป็นตับลีหฆ, คนนี้เป็นสะละฟีย์ ไม่อนุญาตโดยเด็ดขาด จำเป็นจะต้องลบชื่อเหล่านี้ออก และให้เราเป็นอุมมะฮฺเดียวกัน และเป็นกลุ่มเดียวกันในการเผชิญหน้ากับศัตรูของเรา” 

ถ้าพิจารณาดีๆ คำพูดคำสอนของ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปากียะ และเชคริฎอ อะหมัด สมะดี สอดคล้องเหมือนกันกับเชคอุษัยมีน เราะหิมะฮุลลอฮ เรียกร้องให้ยกเลิกชื่อฉายาต่างๆที่ตั้งมาโจมตี ไม่ว่าจะสะละฟีย์ อิควาน ตับลีฆ และกลุ่มอื่นๆ แต่ให้ยึดความเป็นมุสลิม ยึดประชาชาติอิสลามและอุมมะฮฺวาฮิดะฮฺเป็นที่ตั้ง มีความสามัคคี เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ไม่แบ่งแยกแตกจากกัน แม้ว่าเราจะมีความเห็นในบางเรื่องที่ต่างกันก็ตาม

มาเป็นมุสลิม เป็นประชาชาติอิสลาม เป็นอุมมะฮฺวาฮิดะฮฺกันดีกว่าครับ อย่าทำตัวเหมือนบางคนที่เชคอุษัยมีนพูดถึงเลย “บางคนฉวยโอกาสทำให้เยาวชนแตกแยก โดยกล่าวว่า ระวังกลุ่มนั้นให้ดี ระวังคนนี้ให้ดี ระวัง ระวัง! สุบหานัลลอฮฺ…ท่านอยากให้ประชาชาติอิสลามแตกแยกกันอย่างนั้นหรือ?”

————————–—-

นำมาจากเพจ : ตาสว่าง 17:81