สะอีด บินญุบัรฺ และหัจญาจญ์ บินยูสุฟ อัษษะเกาะฟีย์

สะอีด บินญุบัรฺ และหัจญาจญ์ บินยูสุฟ อัษษะเกาะฟีย์

30 เรื่องราวการยืนหยัดของอุละมาอ์ผู้ยืนยง
เรื่องที่ 1 : สะอีด บินญุบัรฺ และหัจญาจญ์ บินยูสุฟ อัษษะเกาะฟีย์

หัจญาจญ์ บินยูสุฟ เป็นคนชั่วจากเผ่าษะกีฟ และเป็นมือขวาของ (เคาะลีฟะฮฺ) อับดุลมะลิก (บินมัรวาน) เขาเลือกกระทำสิ่งที่คลมุเครือ (ชุบุฮาต) และโจมตีฝ่ายตรงข้ามในทุกที่ทั่วแผ่นดินอิสลาม ตามคำสั่งของหัวหน้าและนายของเขา หัจญาจญ์สร้างความวิบัตไปทั่วทุกแห่ง โดยไร้ความเมตตาและความหวาดกลัวต่ออัลลอฮฺ ผู้ทรงอนุภาพ ทรงยิ่งใหญ่ 

ขณะนั้น คอลิด บินอับดุลมะลิก ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ปกครองเมืองมักกะฮฺ เขาทราบข่าวว่า สะอีด บินญุบัยรฺ อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ปกครองของเขา จึงได้ออกคำสั่งจับกุมตัวสะอีดและขังเขาเอาไว้ ต่อมาเขาต้องการกำจัดสะอีด จึงได้ส่งตัวสะอีดไปให้หัจญาจญ์ บินยูสุฟ โดยมี อิสมาอีล บินวาสิฏ เป็นผู้ควบคุมตัวไป

(เมื่อสะอีดถูกนำตัวมาอยู่ต่อหน้าหัจญาจญ์ ทั้งสองก็สนทนากัน ดังนี้)

หัจญาจญ์ : เจ้าชื่อว่าอะไร?

สะอีด : ฉันชื่อ สะอีด (คนที่มีความสุข) บุตรชายของ ญุบัยรฺ (ผู้กล้าหาญ)

หัจญาจญ์ : เปล่า! เจ้าชื่อ ชะกิยฺ (คนที่ทุกข์ยากอนาถา) ลูกชายของ กุสัยรฺ (คนที่อัมพาต) ต่างหาก

สะอีด : ไม่ใช่! แม่ของฉันรู้จักชื่อของฉันดีกว่าเจ้า

หัจญาจญ์ : อนาถทั้งแม่ของเจ้าและตัวเจ้าด้วย

สะอีด : เจ้าไม่ได้รู้ทุกอย่างหรอกนะ

หัจญาจญ์ : เจ้าจะได้ลิ้มรสชาติของไฟที่ลุกโชนของโลกนี้

สะอีด : ถ้าฉันรู้ว่า มันอยู่ในอำนาจของเจ้าแล้วละก็ ฉันคงยกให้เจ้าเป็นพระเจ้าไปแล้ว

หัจญาจญ์ : เจ้าคิดเห็นอย่างไรกับมุฮัมหมัด?

สะอีด : ท่านคือนบีแห่งความเมตตา และเป็นผู้นำผู้ชี้นำทาง

หัจญาจญ์ : เจ้าคิดเห็นอย่างไรกับอลี? เขาได้เข้าสวรรค์หรือตกนรก?

สะอีด : ถ้าฉันเคยเข้าไปในสวรรค์หรือนรก และรู้ว่าใครอยู่ในนั้นบ้าง ฉันก็จะรู้ว่าใครคือชาวสวรรค์ และใครคือชาวนรก

หัจญาจญ์ : เจ้าคิดเห็นอย่างไรกับบรรดาเคาะลีฟะฮฺ?

สะอีด : ฉันไม่ใช่ตัวแทนของพวกเขา

หัจญาจญ์ : เจ้าชื่นชมใครมากที่สุด?

สะอีด : ก็คนที่ (อัลลอฮฺ) ผู้ทรงสร้างฉัน พอพระทัยมากที่สุด

หัจญาจญ์ : แล้วใครที่ผู้สร้างพอพระทัยมากที่สุด?

สะอีด : ผู้ทรงรอบรู้ ทั้งสิ้นเร้นลับและเปิดเผยของพวกเขาเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

หัจญาจญ์ : ฉันอยากให้เจ้าเชื่อใจฉัน

สะอีด : ถ้าไม่ใช่เพราะฉันไม่ชอบเจ้า ฉันไม่มีวันปฏิเสธเจ้าแน่นอน

หัจญาจญ์ : แล้วเจ้าเป็นอะไร ทำไมไม่หัวเราะ?

สะอีด : สิ่งถูกสร้างจะหัวเราะได้อย่างไรกัน ทั้งที่มันถูกสร้างมาจากดิน และดินนั้นจะถูกกัดกินโดยไฟนรก

หัจญาจญ์ : แล้วเราละเป็นอย่างไรบ้างเมื่อเราหัวเราะ?

สะอีด : หัวใจแต่ละด่วงนั้นไม่เหมือนกันหรอก

จากนั้นหัจญาจญ์ก็สั่งให้ (บริวารของเขา) นำไข่มุก พลอย และทับทิม มาวางไว้ต่อหน้าสะอีด

สะอีด : ถ้าเจ้ามอบสมบัติเหล่านี้ (เป็นทานบริจาค) เพื่อปกป้องตัวของเจ้าเองจากการลงโทษในวันกิยามะฮฺ นั่นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าไม่…เจ้าก็จงรู้ไว้เถอะว่า การลงโทษเพียงครั้งเดียวในวันนั้นสามารถทำให้แม่ทุกคนลืมลูกอ่อนที่เธอกำลังป้อนนมให้ได้ในทันที และไม่มีความดีงามใดบนโลกใบนี้ นอกจากทรัพย์สินที่ดีและบริสุทธิ์เท่านั้น

ต่อมา หัจญาจญ์ก็สั่งให้นำพิณและขลุ่ยมา และเมื่อเขาเริ่มดีดพิณและเป่าขลุ่ย สะอีดก็ร้องไห้

หัจญาจญ์ : เจ้าร้องไห้ทำไม? นี่การละเล่นไง

สะอีด : มันคือความโศรกเศร้าต่างหาก การเป่านั้นทำให้ฉันนึกถึงวันที่ยิ่งใหญ่ คือวัน (กิยามะฮฺ) ที่สังข์จะถูกเป่าขึ้น ส่วนพิณนั้นมันทำมาจากต้นไม้ที่ถูกตัดมาโดยไม่ชอบธรรม และสายของมันก็ทำมาจากขนแกะที่จะถูกให้ฟื้นชีพขึ้นมาอีกครั้งในวันกิยามะฮฺ

หัจญาจญ์ : เจ้าจงหายนะไปสะเถอะ โอ้สะอีด!

สะอีด : ไม่มีความวิบัตหรอก สำหรับผู้ที่ได้รับการคุ้มกั้นให้ห่างจากไฟนรกและได้เข้าสู่สวนสวรรค์

หัจญาจญ์ : เลือกมา โอ้สะอีด! จะให้ฉันทรมานเจ้าด้วยวิธีไหนดี?

สะอีด : เจ้าก็เลือกเองสิ! ขอสาบาานต่ออัลลอฮฺ เจ้าจะไม่ทรมานฉันด้วยวิธีหนึ่งวิธีใด นอกจากอัลลอฮฺจะทรมานเจ้าด้วยวิธีเดียวกันนั้นในวันกิยามะฮฺด้วย

หัจญาจญ์ : เจ้าอยากให้ฉันอภัยโทษให้ไหม?

สะอีด : หากมีการอภัยโทษ มันก็มาจากอัลลอฮฺ เจ้าไม่มีสิทธิใดๆที่จะให้อิสระภาพและการอภัยโทษ

หัจญาจญ์ : นำตัวเขาออกไป แล้วประหารชีวิตเขาสะ!

ขณะที่สะอีด (ถูกนำตัว) ออกไป เขาก็หัวเราะ เมื่อหัจญาจญ์รู้ สะอีดก็ถูกนำตัวกลับมาหาหัจญาจญ์

หัจญาจญ์ : หัวเราะอะไรของเจ้า?

สะอีด : ฉันแปลกใจกับความอาจหาญของเจ้าต่ออัลลอฮฺ และความอ่อนโยนของพระองค์ที่มีให้กับเจ้า

และหัจญาจญ์ก็สั่งให้ปูหนังสัตว์ (สำหรับรองศรีษะและเลือด) และบัญชาว่า “ประหารชีวิตเขา”

สะอีด : ฉันผินหน้าของฉันแก่ผู้ที่สร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน ในฐานะของผู้ใฝ่หาความจริง ผู้สวามิภักดิ์ และฉันมิได้อยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคี (อัลอันอาม 6 : 79)

หัจญาจญ์ : หันหน้าของเขาไปยังทิศที่ไม่ใช่กิบละฮฺ

สะอีด : ไม่ว่าพวกเจ้าจะหันไปทางไหน ที่นั่นแหละคือพระพักตร์ของอัลลอฮฺ (อัลบะเกาะเราะฮฺ 2 : 115)

หัจญาจญ์ : ปิดหน้าเขาสะ!

สะอีด : จากแผ่นดินเราได้บังเกิดพวกเจ้า และในแผ่นดินนั้นเราจะให้พวกเจ้ากลับคืนไป และจากแผ่นดินนั้นเราจะให้พวกเจ้ากลับออกมาอีกครั้งหนึ่ง (ฏอฮา 20 : 55)

หัจญาจญ์ : สังหารเขาเดี๋ยวนี้!

สะอีด : ฉันขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว ไม่มีภาคีใดๆสำหรับพระองค์ และมุฮัมหมัดนั้นคือบ่าวและเราะสูลของพระองค์ จงรับคำปฏิญาณนี้ของฉันไป จนกว่าเจ้าจะมาพบฉันอีกครั้งพร้อมด้วยคำปฏิญาณนี้ในวันกิยามะฮฺ โอ้อัลลอฮฺ อย่าปล่อยให้เขาฆ่าใครได้อีกหลังจากฉัน

(อ้างอิง วะฟะยาต อัลอิยาน วะอันบาอ์ อับนาอุซซะมาน เล่มที่ 2 หน้าที่ 371)

———————————
นำมาจากหนังสือ “ศุวัร มิน อิบติลาอ์ อัลอุละมาอ์”
เรียบเรียงโดย เชควะหีด บินอับดุสสะลาม บาลีย์ หะฟิเซาะฮุลลอฮฺ